<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?>
        <rss version='2.0'>
        <channel>
            <title>ข่าวประชาสัมพันธ์</title>
            <link>https://tai.coj.go.th/th/content/category/articles/id/4/cid/21/</link>
            <description>RSS Feed | สำนักอนุญาโตตุลาการ</description>
            <language>th</language><item>
                <title>ASEAN Arbitration Day 2026 | ช่วงเสวนาที่ 1: การบังคับตามและการเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในภูมิภาคอาเซียน</title>
                <link>https://tai.coj.go.th/th/content/category/detail/id/4/cid/21/iid/575587/</link>
                <description>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;strong&gt;ศาลในภูมิภาคอาเซียนมีบทบาทในการกำหนดทิศทางอนาคตของการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศอย่างไร ?&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;การเสวนาช่วงที่หนึ่งของงาน ASEAN Arbitration Day 2026 ซึ่งดำเนินรายการโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ Andre C. Palacios ได้รับเกียรติจากผู้พิพากษาและผู้ประกอบวิชาชีพด้านอนุญาโตตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคร่วมเป็นวิทยากร ประกอบด้วย The Right Honourable Datuk Seri Abu Bakar bin Jais ประธานศาลอุทธรณ์แห่งประเทศมาเลเซีย Mr. Devathas Satianathan หุ้นส่วนสำนักงานกฎหมาย Rajah &amp;amp; Tann Singapore LLP ประเทศสิงคโปร์ นางสาวกมลชนก กฐินะสมิต ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกาและผู้อำนวยการบริหารสถาบันอนุญาโตตุลาการ (TAI)&amp;nbsp;และ Dr. Nguyen Thi Thu Trang หุ้นส่วนสำนักงานกฎหมาย Dzungsrt &amp;amp; Associates LLC ประเทศเวียดนาม โดยวิทยากรได้ร่วมกันวิเคราะห์แนวคำวินิจฉัยของศาลและพัฒนาการทางกฎหมายล่าสุดเกี่ยวกับการบังคับตามและการเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สาระสำคัญของการเสวนาในช่วงนี้ คือ แนวโน้มของศาลในภูมิภาคอาเซียนที่ยึดถือหลักการจำกัดบทบาทของศาลเพื่อสนับสนุนการอนุญาโตตุลาการ (pro-arbitration judicial restraint) อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น กล่าวคือ ศาลให้ความเคารพต่อหลักความอิสระแห่งเจตนาของคู่พิพาท (party autonomy) และจำกัดการแทรกแซงกระบวนการอนุญาโตตุลาการไว้เฉพาะเหตุตามที่กฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการบัญญัติไว้เท่านั้น อันเป็นการเสริมสร้างความเป็นที่สุดและประสิทธิผลของคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ วิทยากรยังได้อภิปรายประเด็นข้อกฎหมายที่สำคัญอีกหลายประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;ul dir=&quot;ltr&quot;&gt;
	&lt;li&gt;การตีความหลักความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (public policy) อย่างเคร่งครัดและคาดหมายได้ โดยเน้นย้ำว่าเหตุดังกล่าวพึงสงวนไว้เฉพาะกรณีที่กระทบต่อหลักกฎหมายอันเป็นรากฐานสำคัญเท่านั้น มิใช่ใช้เป็นช่องทางในการรื้อฟื้นเนื้อหาแห่งคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขึ้นวินิจฉัยใหม่&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ประเด็นที่เกิดขึ้นใหม่เกี่ยวกับการฟ้องคดีเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าคำชี้ขาดไม่อาจบังคับได้ (non-enforcement lawsuits) ซึ่งวิทยากรมีข้อสังเกตว่า การฟ้องคดีในลักษณะดังกล่าวโดยหลักแล้วต้องมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายรองรับอย่างชัดแจ้ง&lt;/li&gt;
	&lt;li&gt;ความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการให้ทันสมัย โดยรับรองให้การติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลเป็นการทำสัญญาอนุญาโตตุลาการเป็นหนังสือตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;แม้ประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะมีระบบกฎหมายที่แตกต่างกัน แต่การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายร่วมกันของภูมิภาค ได้แก่ การเสริมสร้างความแน่นอนทางกฎหมาย การส่งเสริมความเป็นเอกภาพของแนวทางการวินิจฉัย และการยกระดับความเชื่อมั่นต่ออาเซียนในฐานะจุดหมายปลายทางที่&lt;/p&gt;
</description>
                </item></channel></rss>